[อินโฟกราฟิก] แอบส่อง “ยุทธศาสตร์ชาติ” ของประเทศใกล้เคียง

เหมาะกับใคร

คนไทยทุกคน

ใจความสำคัญ

ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่มียุทธศาสตร์ชาติที่เป็นแผนระยะยาว แต่ประเทศอื่น ๆ ก็เช่นกัน

  • มาเลเซีย ที่วางแผนให้ประชากรมี รายได้ต่อหัว USD 15,000 / ปี ภายใน 30 ปี ซึ่งจะถือเป็นการพามาเลเซียให้ก้าวไปเป็นประเทศรายได้สูง
  • บรูไน มีเป้าหมายให้บรูไนก้าวขึ้นไป เป็น 1 ใน 10 ของประเทศที่มี GDP สูงที่สุดในโลก ภายใน 30 ปี
  • ไต้หวัน เพิ่มดัชนีแห่งความสุข ของประชาชนไต้หวันให้สูงขึ้น ภายใน 10 ปี
  • สิงคโปร์ ทำให้ประชาชนทุกรุ่น เป็นผู้บุกเบิกสำหรับรุ่นถัดไป ภายใน 10 ปี

 

เพราะ “ยุทธศาสตร์ชาติ” คือกรอบการพัฒนาที่จะนำมาใช้กำหนดนโยบายต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศมุ่งไปสู่แต่ละเป้าหมายที่วางเอาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งปกติแล้ว การพัฒนาชาติล้วนต้องใช้เวลา ดังนั้น ยุทธศาสตร์ชาติจึงเป็นแผนระยะยาว 10 ปีขึ้นไป (10-30 ปี) ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ประเทศอื่น ๆ ก็เช่นกัน

มาดูกันว่า แต่ละประเทศที่มีการวางยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งที่กำลังจะครบตามระยะเวลาที่วางไว้และที่กำลังเพิ่งจะเริ่มต้นนั้น เขามีการวางวิสัยทัศน์หรือเป้าหมาย รวมไปถึงกำหนดยุทธศาสตร์อย่างไร?

มาเลเซีย

ระยะเวลา

30 ปี (2534-2563)

เป้าหมาย

ทำให้ ประชากรมาเลเซียมีรายได้ต่อหัว USD 15,000 / ปี ภายในปี 2563 ซึ่งจะถือเป็นการพามาเลเซียให้ก้าวไปเป็นประเทศรายได้สูง

แนวทาง

มาเลเซียแบ่งแนวคิดและนโยบายเป็น 4 หัวข้อหลัก ดังนี้

  1. หนึ่งมาเลเซีย ประชาชนมาก่อน และปฏิบัติทันที เพื่อทำให้ชาวมาเลเซียที่ต่างก็มาจากหลายเชื้อชาติรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายจะทำผ่านรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงประชาชนเป็นสำคัญ
  2. โปรแกรมปฏิรูปการปกครอง ที่จะปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ รองรับความต้องการของประชาชนได้ดี ซึ่งจะมีตัววัดผลชัดเจนว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ โดยมาเลเซียได้ตั้งหน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่คอยติดตามการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะสำเร็จตามยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้
  3. ปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ กระจายรายได้ให้ครอบคลุม และสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน โดยได้มีการกำหนดภาคส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญในระดับชาติ เช่น การพัฒนาพื้นที่กัวลาลัมเปอร์ อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและยางพารา การท่องเที่ยว เป็นต้น ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการปฏิรูปเศรษฐกิจในครั้งนี้
  4. แผนมาเลเซียฉบับที่ 10 (2554-2558) หรือเป็นแผนพัฒนาก่อนหน้าแผนในปัจจุบัน ที่เมื่อมีการพัฒนาประเทศตามแนวทางต่าง ๆ ที่ผ่านมาได้อย่างครบถ้วนเรียบร้อย ก็ได้เวลาที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายหลักอย่างเต็มรูปแบบ โดยแผนฉบับที่ 10 จะเน้นพัฒนาให้มาเลเซียเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ผ่านการกระจายงบประมาณเป็นสัดส่วนเพื่อผลักดันประเทศ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ทำให้การลงทุนและการบริโภคของทั้งเอกชนและภาครัฐเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับการส่งออกและนำเข้า ที่สำคัญก็คือ การขาดดุลลดลง

สำหรับแผนมาเลเซียฉบับที่ 11 (2559-2563) ซึ่งเป็นแผน 5 ปีสุดท้ายจะ ให้ความสำคัญกับคน และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้น

บรูไน

ระยะเวลา

30 ปี (2551-2578)

เป้าหมาย

  1. พัฒนาระบบการศึกษาและสร้างแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง
  2. ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ
  3. สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มีเป้าหมายให้บรูไนก้าวขึ้นไปเป็น 1 ใน 10 ของประเทศที่มี GDP สูงที่สุดในโลก ภายในปี 2578 (จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 30)

แนวทาง

  1. ให้ การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐานเพื่อพัฒนาประเทศ
  2. ให้ความสำคัญกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก เพราะจะเป็นกลไกพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านการจ้างงานและกระจายรายได้
  3. พัฒนาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยแผนพัฒนา 5 ปีที่จะใช้ควบคู่ไปกับแผนพัฒนาระยะยาวฉบับแรก (วิสัยทัศน์บรูไนฯ 2578) จะให้ความสำคัญกับ การพัฒนาภาคเศรษฐกิจที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซ เพื่อให้โครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศมีความหลากหลายมากขึ้น ลดการพึ่งพาทรัพยากรที่อาจจะหมดลงไปอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า เพื่อเตรียมการให้ประเทศสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างราบรื่น

 

ไต้หวัน

ระยะเวลา

10 ปี (2551-2561)

เป้าหมาย

สร้างไต้หวันที่มีความสุข

แนวทาง

  1. การเพิ่ม Gross National Happiness (GNH) ดัชนีแห่งความสุขของประชาชนไต้หวันให้สูงขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมา ไต้หวันได้พยายามพัฒนาเศรษฐกิจและผลักดันประเทศให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าของเอเชียได้แล้ว ดังนั้น การพัฒนาต่อจากนี้จึงไม่มุ่งเน้นที่การพัฒนาเศรษฐกิจเท่าในระยะแรกเริ่ม แต่จะมาเพิ่มความสำคัญกับความสุขของประชาชนแทน เนื่องจากทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือ คน เมื่อคนในประเทศมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ที่ดียิ่งขึ้นได้
  2. การเปิดเสรีและการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะการประกาศให้ท่าเรือและสนามบินนานาชาติเป็นเขตเศรษฐกิจนำร่อง
  3. พัฒนาศักยภาพของไต้หวันโดยอาศัย Soft Power หรือในด้านของการส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรม เช่น การท่องเที่ยวหรือสื่อบันเทิง
  4. การสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีไปพร้อมกับการขยายตลาด โดยการหาพันธมิตรที่เหมาะสมจะช่วยพัฒนาซึ่งกันและกัน รวมถึงส่งผลดีในการขยายตลาดไปยังประเทศพันธมิตรอีกด้วย

 

สิงคโปร์

ระยะเวลา

10 ปี (2553-2563)

เป้าหมาย

  1. ทำให้ประชาชนทุกรุ่นเป็นผู้บุกเบิกสำหรับรุ่นถัดไป
  2. ประชาชนต้องมีความเชี่ยวชาญ และมีใจรักที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่
  3. ธุรกิจต้องมีนวัตกรรมใหม่และพร้อมที่จะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
  4. ประเทศต้องเชื่อมโยงกับประเทศอื่น ๆ พร้อมทั้งทำให้มีชีวิตชีวา น่าอยู่
  5. ภาครัฐต้องตอบสนองปัญหาต่าง ๆ อย่างคล่องตัว รวดเร็ว และทั่วถึง

ภาพรวมก็คือ สิงคโปร์ต้องการเพิ่มศักยภาพของประเทศเพื่อให้สามารถเอาชนะการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ที่ค่อนข้างซบเซา การผลิตไม่เติบโตแม้จะมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงแนวโน้มการค้าขายระหว่างประเทศที่ความนิยมลดลง

แนวทาง

  1. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น รวมถึงหาตลาดใหม่ และสร้างความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคผ่านโครงการต่าง ๆ
  2. สร้างความเชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องในเชิงลึก ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในชั้นเรียนและการทำงานที่ต้องเท่าทันเทคโนโลยีเสมอ
  3. เพิ่มศักยภาพของธุรกิจ กระตุ้นการลงทุนในส่วนที่ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ สร้างการแข่งขันเพื่อผลักดันให้แต่ละบริษัทเติบโต
  4. คิดค้นปรับปรุงเทคโนโลยีเพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่หรือเพิ่มคุณภาพให้อุตสาหกรรมเดิม โดยเน้นการนำข้อมูลมาให้ประโยชน์ให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ
  5. พัฒนาเมือง ให้สามารถดึงดูดสิ่งใหม่ ๆ และโอกาสดี ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประเทศได้ รวมถึงพัฒนาให้พื้นที่เติบโตอย่างไม่แออัด และยังสามารถเชื่อมโยงประชาชนเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ