กางแผนรถไฟไทย-จีน พร้อมชี้แจงโครงสร้างและอัพเดตความคืบหน้า

เหมาะกับใคร

  • คนไทยทุกคน

ใจความสำคัญ

  • โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือ “รถไฟไทย-จีน” ใช้มาตรการความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เป็นการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างไทยกับจีนในการก่อสร้าง ส่วนทางการค้าคือจีนจะรับซื้อข้าวจากไทยเป็นการแลกเปลี่ยน
  • ครม.ให้ความสำคัญกับรางรถไฟช่วง กรุงเทพฯ-โคราช โดยจะเริ่มสร้างทางรถไฟสายนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
  • รถไฟไทยจีนเน้นเชื่อมโยงการท่องเที่ยวและขนส่งสินค้า 3 ประเทศคือ จีน ลาว และไทย
  • ครม.ใช้วัสดุในไทยในการก่อสร้างทั้งหมด ในส่วนงานก่อสร้าง เฉพาะโครงสร้างราง ระบบสัญญาณ และขบวนรถจะใช้ผู้รับเหมาจากจีน
  • มีหลักสูตรให้ความรู้เบื้องต้นกับวิศวกรชาวจีน เช่น กฎหมายและภูมิศาสตร์พื้นฐานของประเทศไทย
  • ล่าสุดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยข้อสรุปเรื่องกรอบวงเงินค่าจ้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-โคราชไว้ที่ 3,500 ล้านบาท ซึ่งต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบปรับวงเงินอีกครั้ง

โครงการเพื่อประชาชน

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง หรือที่เราเรียกกันอย่างง่ายว่า “รถไฟไทย-จีน” มีการดำเนินการมาแล้วถึง 3 รัฐบาล แต่พอถึงรัฐบาล คสช. ก็มีการกำหนดให้เป็นความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ทำให้การก่อสร้างมีความต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองประเทศคือไทยและจีน

เป้าหมายหลัก ๆ ของรถไฟไทย-จีน ก็เพื่อ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวและขนส่งสินค้า 3 ประเทศ คือ จีน ลาว และไทย ซึ่งโครงการรถไฟขนาดมาตรฐานสายแรกของประเทศไทยจะประกอบด้วย 2 เส้นทางคือ

  1. เส้นทางสายหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด
  2. แก่งคอย-กรุงเทพฯ

โดยผ่านการเห็นชอบว่าจะให้ความสำคัญกับช่วง กรุงเทพฯ-โคราช และเริ่มสร้างทางรถไฟสายนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

ที่มารูปภาพ : ประชาชาติ

ไทยจีนช่วยกันทำ สานฝันรถไฟความเร็วสูง

ความร่วมมือแบบ “รัฐต่อรัฐ” ที่ไทยตกลงกับจีนนี้ จะเอื้อประโยชน์ทั้งในด้านการส่งออกสินค้า และด้านทรัพยากรในกระบวนการสร้างทางรถไฟ เพื่อเชื่อมโยงการค้าการลงทุนระหว่างไทย จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียน ในส่วนนอกเหนือจากการสร้างรถไฟไทย-จีน จีนก็จะให้ความช่วยเหลือเรื่องสินค้าเกษตร โดยจะรับซื้อข้าวจากไทยด้วย

แน่นอนว่าคณะรัฐมนตรีไม่ใช้ทรัพยากรทั้งหมดจากจีน แต่จะเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในไทยทั้งหมด ซึ่งในส่วนของงานก่อสร้างจะมีสัดส่วนเป็น 75% ของกรอบวงเงินลงทุนโครงการ (179,412 ล้านบาท) ส่วนอีก 25% คือโครงสร้างราง ระบบสัญญาณและขบวนรถ จะใช้ทรัพยากรจากประเทศจีน โดยมีฝ่ายไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์ทำงานของผู้รับเหมาจากจีนด้วย

แม้จะเป็นโครงการที่ต้องอาศัยความร่วมมือกับต่างประเทศ แต่ตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย รัฐฯ ก็ได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด เพื่อให้คนไทยได้ใช้บริการโดยเร็ว เป็นการยกศักยภาพด้านการคมนาคมของคนไทยด้วย

ส่วนกรณีปัญหาการสอบวิชาชีพวิศวกร มีการยกเว้นให้วิศวกรและสถาปนิกจีนไม่ต้องสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพก็จริง แต่เพื่อให้โครงการเกิดประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคมจะจัดให้มีการอบรมความรู้แก่ฝ่ายบุคลากรจากประเทศจีน โดยจะมีหลักสูตรให้ความรู้เบื้องต้น เช่น การอบรมความรู้เกี่ยวกับเรื่องสภาพภูมิศาสตร์ของไทย และระบบกฎหมายของไทย เป็นต้น

ความคืบหน้าของรถไฟไทย-จีน

ล่าสุดทางกระทรวงคมนาคมเปิดเผยข้อสรุปเรื่องกรอบวงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-โคราชไว้ที่ 3,500 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากรอบเดิมที่ คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ที่ 1,600 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบปรับวงเงินอีกครั้ง แต่ในภาพรวมไม่ส่งผลกระทบต่อวงเงินลงทุนโครงการที่ 179,412 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดบุคลากรควบคุมการก่อสร้าง โดยจีนเสนอใช้วิศวกรจีนจำนวน 50 คน ไทย 450 คน แต่ได้มีการต่อรองจำนวนให้ลดลงตามเนื้องาน คาดว่าจะได้เริ่มตอกเสาเข็มในช่วงระยะทางแรกจะเป็นไปตามแผนภายในเดือน ตุลาคม 2560 นี้