WEF จัดอันดับประเทศ “ไทย” ก้าวสู่อันดับที่ 32 ของโลกในปี 2017

เหมาะกับใคร

  • บุคคลทั่วไป
  • นักธุรกิจไทย
  • ภาครัฐและภาคเอกชน

ใจความสำคัญ

  • WEF (World Economic Forum) เผยความสามารถในการแข่งขันของไทยปี 2017 ขึ้นสู่อันดับที่ 32 จากอันดับที่ 34 เมื่อปีที่แล้ว โดยไทยจัดอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งนี้ตัวชี้วัดที่ปรับอันดับดีขึ้น อาทิ ด้านเศรษฐกิจมหภาค ด้านประสิทธิภาพการตลาดสินค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรม ฯลฯ ซึ่งเป็นการสะท้อนภาพรวมให้เห็นถึงการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต

WEF คืออะไร?

WEF หรือ World Economic Forum คือองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร (ตั้งอยู่ในกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) ซึ่งจัดทำรายงานประจำปีด้านการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ มากว่า 30 ปี โดยมีการสร้างดัชนีความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้ชื่อ Global Competitiveness Index (GCI) เพื่อเป็นตัววัดระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก (ปัจจุบันในปี 2017 รวมทั้งหมด 137 ประเทศ) ทั้งนี้จะคำนวณมาจากดัชนีพื้นฐานในด้านต่าง ๆ อาทิดัชนีทางเศรษฐกิจมหภาค คุณภาพทางสาธารณูปโภค ความเข้มแข็งของระบบกรรมสิทธิ์ เป็นต้น

 

เพิ่มอันดับความสามารถ ก้าวสู่อันดับที่ 32

ภาพรวมของประเทศไทยในปีนี้ ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถของการแข่งขันอยู่ในอันดับที่ 32 (จาก 137 ประเทศ) โดยมีอันดับที่สูงขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ในอันดับที่ 34 (จาก 138 ประเทศ) และมีผลรวมคะแนนเพิ่มขึ้นที่ 0.08 คะแนน (คะแนน 4.72 จากคะแนนเดิม 4.64) นับเป็นอับดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งคะแนนในเกณฑ์ดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มตัวชี้วัดที่อยู่ในเกณฑ์ดี – ปานกลาง ทั้งนี้การเพิ่มอันดับและคะแนนของประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนในปีนี้ (อินโดนีเซีย บรูไน เวียดนาม ฯลฯ) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่มีแนวโน้มความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่ดีขึ้น

คะแนนที่สูงขึ้น

จากกลุ่มตัวชี้วัดที่ถูกปรับอันดับดีขึ้นรวม 9 เสาหลัก (Pillars) จากทั้งหมด 12 เสาหลัก ทำให้เห็นว่าด้านที่ประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นและโดดเด่น ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomic Environment) อยู่ในอันดับที่ 9 ของโลกในปีนี้ ด้านประสิทธิภาพตลาดสินค้า ขึ้นอันดับดีขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 33

สำหรับกลุ่มของตัวชี้วัดที่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางและปรับตัวดีขึ้นพอสมควร ได้แก่ ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรม ประสิทธิภาพตลาดแรงงาน อุดมศึกษาและการฝึกอบรม ฯลฯ ส่วนในด้านความพร้อมของเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญทางธุรกิจของประเทศไทยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สรุปภาพรวมและทิศทางของประเทศไทยกับการแข่งขัน WEF ในปี 2018

สรุปภาพรวมของการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยปี 2017 ประเทศไทยนับว่ามีการพัฒนาศักยภาพในหลาย ๆ ด้านเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับที่สูงขึ้นตามมาด้วย สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจเอกชนนั้นมีการรับรู้การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองความต้องการบริการพื้นฐานและการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมของภาคเอกชนด้วยเช่นกัน

แม้ว่าจะมีอันดับที่ปรับตัวดีขึ้นแต่ก็ต้องพัฒนาขีดความสามารถให้เพิ่มขึ้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะยังอยู่ในเกณฑ์คะแนนที่ค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้หากประเทศไทยมีการขับเคลื่อนการพัฒนาในมิติใหม่ ๆ ก็จะทำให้เกิดประสิทธิผลที่เห็นชัดเจน ในขณะเดียวกันกลุ่มตัวชี้วัดที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีอันดับที่เท่าเดิมหรือลดลง อาทิ ด้านสุขภาพและการศึกษา ด้านสถาบัน ฯลฯ ก็ต้องมีการพิจารณาทบทวนแผนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในปี 2018