พกบัตร รับสวัสดิการจากรัฐ

เมื่อมี “สิทธิ” ก็สามารถรับบัตรสวัสดิการประจำตัว นำไปใช้รับสวัสดิการและส่วนลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ภาครัฐจะมอบให้เพื่อยกระดับมาตรฐานในการครองชีพที่ดีขึ้น

เหมาะกับใคร

  • ผู้มีสิทธิในโครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ
  • คนไทยทุกคน

ใจความสำคัญ

  • ผู้ผ่านคุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 จะได้รับ “บัตรสวัสดิการ” ซึ่งมีมูลค่า 1,700 – 1,800 บาท / เดือน สามารถนำไปใช้รับสวัสดิการและส่วนลด เช่น ค่าก๊าซหุงต้ม ค่ารถเมล์และรถไฟ ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นไป
  • บัตรสวัสดิการสามารถเติมเงินไว้ใช้ชำระบริการต่าง ๆ และรองรับการโอนเงินสวัสดิการจากภาครัฐในอนาคต เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ เป็นต้น

ลงทะเบียน เตรียมรับสวัสดิการ

ปิดลงทะเบียนกันไปแล้วสำหรับโครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 ซึ่งโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการ National e-Payment ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยมีจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 14,176,118 คน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ และจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติภายในเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านเว็บไซต์ e-Payment เว็บไซต์กระทรวงการคลัง และเว็บไซต์สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รวมทั้งสายด่วน สศค. เบอร์ 1359 และสายด่วนของทั้ง 5 หน่วยงานที่รับลงทะเบียน

หาก “ผ่าน” คุณสมบัติทั้งหมด ผู้ลงทะเบียนจะได้รับ “บัตรสวัสดิการ” ประจำตัว และสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นไป

สิ่งที่อยู่ในบัตร

สิ่งที่มาพร้อมกับบัตรสวัสดิการ ซึ่งเป็นบัตรชิปการ์ด สามารถใช้กับเครื่องรูดบัตรเครดิตได้นั้น คือ วงเงินจำนวน 1,700 – 1,800 บาท / คน / เดือน สามารถนำไปใช้ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ ทั้งค่าธงฟ้าเพื่อซื้อสินค้าบริโภคอุปโภค รวมไปถึงค่ารถเมล์ ขสมก. ค่ารถไฟ และค่ารถ บขส. และส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาท / 3 เดือน ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่คนกรุงเทพฯ เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ แต่ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถรับสวัสดิการได้อย่างเท่าเทียม

เงินสวัสดิการจำนวน 1,700 – 1,800 บาท จะถูกจัดแบ่งสัดส่วนแยกออกจากกัน เช่น หากใช้ค่าธงฟ้าซื้อสินค้าอุปโภคหมดจำนวนโควต้าที่กำหนดไว้ ก็จะไม่สามารถนำเงินในส่วนของค่ารถเมล์มาจ่ายทดแทนกันได้ และจะไม่มีการสะสมไว้ใช้ในเดือนถัดไป

นอกจากนี้บัตรสวัสดิการยังสามารถเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ที่สามารถเติมเงินไว้ใช้ชำระบริการอื่นๆ ได้ และยังรองรับการโอนเงินสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐในอนาคต เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งมั่นใจได้ว่าเงินสวัสดิการนี้จะถึงมือผู้ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง เต็มจำนวน และลดโอกาสเกิดการทุจริต โดยบัตรนี้จะมีอายุการใช้งานนาน 5 ปี

สวัสดิการในอนาคตที่ดีกว่า

การลงทะเบียนทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา ทางภาครัฐได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทรัพย์สินและภาระหนี้ เพื่อนำไปวิเคราะห์ จัดทำฐานข้อมูลเชิงลึก และยังมีโครงการสำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อย เพื่อสำรวจสภาพความเป็นอยู่และความต้องการสวัสดิการจากภาครัฐ โดยโครงการสำรวจดำเนินการเสร็จสิ้นไปภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐสามารถกำหนดนโยบายช่วยเหลือในอนาคตที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่มีความแตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ไม่เพียงแต่ความต้องการในการลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนด้วยบัตรสวัสดิการ ภาครัฐยังต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการฝึกอบรมเสริมทักษะในการประกอบอาชีพ และเปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพหลังฝึกอบรม

แม้อนาคตจะยังไม่ชัดเจนเป็นรูปร่างแบบจับต้องได้ แต่ภาครัฐก็มุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสในการมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้นจนไม่ต้องพึ่งพาสวัสดิการในระยะยาว